คู่มือการใช้งาน

วิธีแกไขปญหา_ 54
จุ ดซ ดจาง
AaBbC
AaBbC
AaBbC
AaBbC
AaBbC
ถาเกดพื้นที่ซีดจาง ซึ่งโดยทั่วๆ ไปเปนรปวงกลม รอบๆ
กระดาษ :
กระดาษหนึ่ งแผนอาจไม สมบรณ
ลองพมพ งานอกครั้
ปรมาณความชื้นของกระดาษไมสม่ําเสมอหรอกระดาษ
มี จุ ดความชื้ นบนพื้ นผ วของกระดาษ
ลองใชกระดาษยี่ ห ออื่ น ( ด ที่
"ขอกาหน
ดเฉพาะของสื่อสิ่งพมพ" ในหน61)
กระดาษลอต
ั้ นไม ดี
ขั้นตอนการผลตอาจทาใหเกดพื้นที่ที่ปฏเสธโทนเน
อร ลองใชกระดาษชน ดหรอยี่ ห ออื่
เปลี่ยนตวเ
อกเครื่องพมพและลองอกครั้ง ไปที่
การกําหนดลั กษณะการพ มพ กแท Paper
และตั้ งค าชนดเป Thick ( ด ที่
"กดการกาหนดลกษณะการพ มพ"
ใน  หน า 36)
ติดตอตวแ
ทนบรการถาขั้นตอนเหลานี้ไมสามารถแกไ
ขป ญหา
จุ ดส ขาว ถ าจ ดสขาวปรากฏบนกระดาษ :
กร
ะดาษหยาบเกนไปและสิ่งสกปรกจากกระดาษตกลงไ
ปที่ อุ ปกรณภายในที่ อยู ในเครื่ อง
ซึ่ งอาจทาให ลู กกลิ้ งดงกระดาษสกปรก
ทําความสะอาดภายในเครื่ อง ( ู ที่
"กาความสะอาดภายใน " ใน   า 46)
ทาง
เดนกระดาษอาจตองการการทาความสะอาด
(ด ที่ "กาค
วามสะอาดภายใน" ใน หน 46)
เสนแนวตั้ ง ถ าริ้ วสี ดําแนวตั้ งปรากฏบนกระดาษ :
อา
จมรอยขดขวนบริเวณพื้นผว (วนของดรม)
ของตล บโทนเนอร ภายในเครื่ อง
นําตลบโทนเนอร ออกและใสตล บใหม ( ู ที่
"กี่ ยนตลบโทนเนอร" ใน  หน า 58)
ถ าริ้ วสขา
วแนวตั้ งปรากฏบนกระดาษ :
พื้นผวของ
ิ้นสน LSU ภาื่องอาจสกปรก
(ด ที่ "กาค
วามสะอาดภายใน" ใน หน 46)
พื้ นหล งส ดํา
ถามจํานวนแรเงาบรเวณพื้นหลงมากจนไมสามารถรบไ
ด:
เปลี่ ยนเป นกระดาษที่ มี น้ําห กเบาขึ้ น ( ที่
"ขอกาหน
ดเฉพาะของสื่อสิ่งพมพ" ในหน61)
ตรว
จสอบเงื่ อนไขด านสภาพแวดล อม :
สภาพที่แหงมากหรอมความชื้นสงมาก (งกว
80% RH)
สามารถเพิ่ มปร มาณแรเงาบร เวณพื้ นหลั ง
นําตลบโทนเนอรตลบเ
าออกและใสตลบใหม (ี่
"กี่ ยนตลบโทนเนอร" ใน  หน า 58)
ลักษณะอาการ วิธีแกไขที่แนะนํา
โทนเนอร เลอะ ถ าโทนเนอรเลอะบนกระดาษ :
ทํ
ความสะอาดภายในเครื่ อง ( ู ที่
"กาความสะอาดภายใน " ใน  หน า 46)
ตรวจสอบช
ดและค ณภาพของกระดาษ ( ด ที่
"ขอกาหนดเฉพ
าะของสื่อสิ่งพมพ" ในหน61)
นําตลบโทนเ
นอร ออกและใสตล บใหม ( ู ที่
"กี่ ยนตล บโทนเนอร" ใน  หน 58)
จุดบกพรองที่เกดขึ้นซ
ำๆ ในแนวตั้ ง
ถ าเก ดเครื่ องหมายต างๆ ซ้ําๆ
กันบนกระดาษดานที่พิมพเมื่อหยดพมพเปนระยะๆ:
ตลบโทนเ
นอร อาจชาร
ถ าท านยงเจอก บปญหาแบบเด
ใหนําตล บโทนเนอร ออกและใส ตล บใหม ( ที่
"กี่ ยนตล บโทนเ
นอร" ใน  หน 58)
ชิ้ นส วน
างๆ
ของเครื่ องอาจม โทนเนอร เปรอะเป อนอยู
ถาจดบกพรองเกดขึ้นที่ดานหลงของหนากระดาษ
ปญหานาจะแกไขไดดวยตวมนเองหลงจากพมพกร
ะดาษอ กสองสามแผ น
ชุดประกอบฟวเซอรอาจชาร
ดตอตวแทนบรการ
ผงหมกก
ระจายดานหล
A
ผงหมกกระจายดานหลงเปนผลมาจากการกระจายตวข
องโทนเนอร บนกระดาษที่ พิ มพ
กระดาษอาจชื้ นมากเก นไป
ลองพ มพบนกระดาษป กอื่
ห ามเป ดซองบรรจกระดาษจนกวาจะจาเป
เพื่ อไม ให กระดาษด ดซ บความชื้ นมากเก นไป
ถาผงหมกที่กระจายดานหลงเกดขึ้นบนซองจดหมาย
หเปลี่ยนเาโครงการพมพเพื่อหลกเลี่ยงการพมพบ
นสวนที่มีขอบที่ซอนเหลื่อมกนบนานตรงกนข าม
การพ มพ บนขอบทาใหเก ดปญหาได
ถาผ
งหมกที่กระจายดานหลงกนพื้นที่ทั้งหมดของกระด
าษที่ พิ มพ
ใหปรบความละเอยดของการพมพจากโปรแกรมซอ
ฟต แวรของทานหร อใน
การกําหนดลั กษณะการพมพ ( ด ที่
"กดการกาหนด
กษณะการพมพ"
ใน  หน 36)
มี ผง
หม กรอบๆ
ตัวอกษรตวหนาหรอร
ปภาพ
ผงหมกอาจไมติดลงบนกระดาษชนดนี้อยางถกตอง
เป
ี่ ยนต วเล อกเครื่ องพ มพและลองอ กครั้
ไปที่ การกาหนดลกษณะการพมพกแทPaper
และตั้ งคาชน ดกระดาษเป Recycled
ลักษณะอาการ วิธีแกไขที่แนะนํา